เจอร์เก้น คล็อปป์ v มูรินโญ่ นิยามของความต่าง

ฤดูนี้ เกมระดับ 6 ดาวของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยังระทึก ''น้องขวัญ-เช้าตรู่มณี'' เหมือนเดิม แม้กระนั้นเพิ่มเติมอีกคือเสน่ห์กับสีสันของที่ปรึกษาข้างสนาม
อาร์แซน เวนเกอร์, เป๊ป กวาร์ดิโอล่า, โชเซ่ มูรินโญ่, เจอร์เก้น คล็อปป์, อันโตนิโอ คอนเต้, เมาริสิโอ โปเช็ตติโน่ จับคู่ไหนมาจ๊ะเอ๋กันก็บะละฮึ่มทุกคู่ไปเวนเกอร์ แพ้คล็อปป์ แม้กระนั้นชนะคอนเต้ เป๊ป กำราบมูรินโญ่ แม้กระนั้นก็แพ้โปเช็ตติโน่ แบบราบคาบคล็อปป์ ทำร้ายพี่ใหญ่อย่างเวนเกอร์ ก่อนเสมอโปเช็ตติโน่ รวมทั้งสอนมวยคอนเต้
อาทิตย์นี้มีอีกหนึ่งคู่ แถมไม่ธรรมดา เนื่องจากว่าลำพังคำว่า "แดงเดือด" ก็ไม่ต้องการที่จะอยากของแถมฟรีใดๆอีกแล้ว
แม้กระนั้นในคืนวันจันทร์ เว้นเสียแต่ศึกแห่งศักดิ์ศรีระหว่างลิเวอร์พูล กับแมนฯ ยูไนเต็ด หางตาของแฟนบอลยังจะต้องคอยชายตาดูแอ็กชั่นของสองที่ปรึกษา เจอร์เก้น คล็อปป์ กับ โชเซ่ มูรินโญ่ว่ากันว่ามันหยดติ๋งไม่แพ้เกมในสนาม
คู่นี้ (คล็อปป์ กับมูรินโญ่) เคยเจอกันมาแล้ว 5 ครั้ง สี่หนแรกเกิดขึ้นบนเวทีแชมเปี้ยนส์ ลีก ในช่วงฤดูกาลเดียวกัน 2012/13 ยุคคล็อปป์ เป็นที่ปรึกษาดอร์ทมุนด์ ส่วนมูรินโญ่ คุมทีมเรอัล มาดริด
สองยกในรอบแบ่งกลุ่ม ดอร์ทมุนด์ ของคล็อปป์ ชนะในบ้าน 2-1 ก่อนบุกไปเสมอที่เบร์ที่นาเบว 2-2 จบด้วยการเป็นแชมป์กลุ่ม
ทางทั้งสองยังโคจรมาเจอกันในรอบตัดเชือก รวมทั้ง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ เป็นฮีโร่เหมาสี่ประตูให้เสือเหลืองยำใหญ่ 4-1 ในนัดแรก
ข้างหลังเกมนั้น มูรินโญ่ เห็นด้วยว่าผู้ร่วมทีมแพ้ทุกบอร์ด ทั้งความเร็ว, แรงปะทะ รวมถึงลูกบู๊ดุเดือด
นัดหมายแก้มือในเมืองหลวงของสเปน เรอัลทำดีที่สุดด้วยการชนะ 2-0 แม้กระนั้นไม่ดีเพียงพอ สกอร์รวมแพ้ 3-4
ต่อจากนั้นทางเดินของสองคนนี้ก็แคล้วคลาดไม่ได้กลับมาเจอกันอีกเลย…จนกระทั่ง
เมื่อคล็อปป์ ยอมหั่นเวลาพักร้อนของตัวเองมารับงานที่แอนฟิลด์ ต่อจาก เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ในตอนต้นตุลาคมที่แล้ว
ส่วนมูรินโญ่ กำลังคลอนแคลนคลอนแคลนบนเก้าอี้ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ หลังจากออกสตาร์ตฤดูได้อย่างน่าผิดหวังท่ามกลางข่าวซุบซิบว่าห้องแต่งตัวร้อนระอุ
คล็อปป์ เริ่มงานสองนัดแรกในลีกกับหงส์แดงด้วยการบุกเสมอสเปอร์ส 0-0 ก่อนโดนเซาธ์แฮมป์ตัน ตีเสมอ 1-1
เขตคนรวยในเวสต์ ลอนดอน คือสถานีแห่งที่สามของเขา รวมทั้งลิเวอร์พูล ประเดิมได้เลวทราม เป็นข้างเสียประตูตั้งแต่สี่นาทีแรกจากราไม่เรส
แม้กระนั้นต่อจากนั้น เครื่องจักรสีแดงยุคเมด อินFun88เยอรมัน เดินหน้าทำงานเต็มดูด คูตินโญ่ ตีเสมอในตอนทดเจ็บของครึ่งแรก ก่อนคูตี้ กับเบนเตเก้ บวกเพิ่มอีกคนละลูกให้หงส์แดงแซงกลับมาชนะ 3-1
นั่นคือการเผชิญหน้ากันครั้งสุดท้ายของทั้งสอง มูรินโญ่ โดนปลดจากเชลซี ในธ.ค. รวมทั้งว่างงานมาครึ่งปี เพื่องานใหม่แถมใหญ่กว่าเดิมรวมแล้ว 5 เกมที่เจอกัน คล็อปป์ มีประวัติดียิ่งกว่า ชนะ 3 เสมอ 1 รวมทั้งแพ้ครั้งเดียว
ถ้าเกิดมองวิธีการทำทีม ไม่มีอะไรที่คู่นี้จะไม่เหมือนกันได้มากกว่าอีกแล้ว มูรินโญ่ ลือชื่อมาแต่ไหนแต่ไรว่านิยมของหรู แบรนด์เนม รวมทั้งชอบอะไรที่สำเร็จรูป ซื้แล้วใช้งานได้โดยทันที โดยไม่เสียเวล่ำเวลา

เฉพาะซัมเมอร์นี้ ที่ปรึกษาโปรเหม็นตุกีส ทุ่มเงินหมดไปราวๆ160 ล้านปอนด์ ได้มาสี่คน ปอล ป็อกบา, เฮนริค มคิทาร์ยาน, เอริก ไบยี่ แถม ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ไม่มีค่าตัวด้วย
ส่วนคล็อปป์ จัดเป็นจำพวกพ่อบ้านดี.ไอ.วาย ซื้อมาต่อเอง หรือเอาของเก่ามาสร้างใหม่ตามแต่จินตนาการจะดียอด
ซัมเมอร์แรกในแอนฟิลด์ คล็อปป์ ใช้เงินน้อยกว่ามูรินโญ่ เกือบล้านปอนด์ ทั้งที่เขามีสิทธิ์ทุกสิ่งทุกอย่างจะช็อปปิ้งให้เต็มคราบ รวมทั้งถ้าเกิดบวกลบคูณหารกับแนวทางการขายนักฟุตบอลออกไป ปรากฏว่าลิเวอร์พูล ผลกำไรเฉียดฉิวๆ13 ล้าน
นี่ไม่ใช่การอวยไส้แตกแต่อย่างใด เนื่องจากว่าครั้งสุดท้ายที่ลิเวอร์พูล ฟันเงินจากตลาดค้าขายนักฟุตบอล พวกเราจะต้องย้อนกลับไปเมื่อ 6 ปีกลายที่ได้กำไรในตอนซัมเมอร์ราว 6 ล้านปอนด์ รวมทั้ง 4 ล้านเมื่อรวมตลาดมกราคม
แม้กระนั้น สมาคมได้กำไรเพียงแค่ 4 ล้านปอนด์ ทั้งที่เพลานั้น กดค่าจ้างจากแนวทางการขาย เฟร์นานโดร์เรส มาได้ตั้ง 50 ล้าน !
แนวความคิดของคล็อปป์ ในแนวทางการทำทีม ถูกสะท้อนผ่านความเห็นต่อการซื้อป็อกบา ของแมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยค่าจ้างสถิติโลก 90 ล้านปอนด์ ที่เขากล่าวว่า "ถ้าเกิดเป็นผม ผมคงทำแบบอื่น"
ก่อนถูกมูรินโญ่ โต้ตอบฉับพลันว่าเข้าใจความรู้สึกของที่ปรึกษาทีมเล็กๆที่ได้แม้กระนั้นมองตาปริบ เนื่องจากว่าคงมีแม้กระนั้นทีมระดับท็อปเพียงแค่นั้นที่จะปิดดีลซื้อป็อกบา
ในด้านของการผลิตทีม มูรินโญ่ ถูกวิจารณ์โดยตลอดกับทีมเก่าก่อนหน้าที่ผ่านมา ว่าไม่ค่อยมองเห็นหัวนักฟุตบอลที่ขึ้นมาจากศูนย์ฝึกหัดเยาวชนของสมาคม
ไม่ถูกกับคล็อปป์ ที่แฟนบอลได้มองเห็นตั้งแต่ปลายฤดูที่แล้ว ว่าเมื่อจังหวะรวมทั้งจังหวะอำนวย เขาไม่ลังเลหรือรีรอที่จะโยนดาวรุ่งลงสนาม
คู่นี้ มองผิวเผินเหมือนกับมูรินโญ่ จับงานคุมทีมแบบเต็มตัวเร็วก่อนคล็อปป์ สัก 4-5 ปี ถ้าเกิดมองจากเกียรติศักดิ์ที่แฟนบอลเริ่มต้นรู้จัก รวมทั้งถ้าเกิดมองจากอายุที่มูรินโญ่ แก่กว่าเกือบ 4 ปี
แม้กระนั้นความจริง คล็อปป์ เดินตามข้างหลังมูรินโญ่ ต้อยๆเข้าสู่วงการนี้เพียงแค่ 5 เดือนเพียงแค่นั้น
มูรินโญ่ เริ่มต้นจากการเป็นล่ามแปลภาษา เป็นผู้ช่วยผู้ฝึกสอน โบกปูนปูทางมาก่อนหน้าร่วมๆ6 ปี จนกระทั่งได้นั่งเก้าอี้เฮดผู้ฝึกสอนเบนฟิก้า ในกันยายน 2000
ในตอนที่คล็อปป์ คลุกคลีอยู่ในฐานะนักฟุตบอลไมนซ์ จนบั้นปลายใกล้แขวนรองเท้า ก็ถูกโปรโมตขึ้นมาเป็นที่ปรึกษาแทนคนเก่าที่โดนปลดในก.พ. 2001
11 ปีกับหน้าที่การเป็นนักฟุตบอล รวมทั้งอีก 7 ปีบนเก้าอี้ผู้ฝึกสอน ไม่ทราบว่าหน้าสนามของไมนซ์ มีรูปปั้นให้คล็อปป์หรือเปล่า ถ้าเกิดไม่ล่ะก็คงใจร้ายน่าดู
แม้อายุงานห่างกันเพียงแค่ 5 เดือน แม้กระนั้นการบรรลุเป้าหมายระดับที่จะต้องสร้างห้องเก็บ ไม่ใช่เพียงแค่ตู้เก็บรางวัลของมูรินโญ่ ทำให้มองว่าเขาผ่านสมรภูมิมาอย่างโชกโชน รวมทั้งอายุคงจะหลักหกเฉียดฉิวๆเจ็ดนำ
ไม่เลย มูรินโญ่ พึ่งจะ 53 แม้กระนั้นเก็บเกี่ยวประสบการณ์มาทั่วร้อยเอ็ดเจ็ดเขตน้ำ ทั้งลีกโปรตุเกส, อังกฤษ, อิตาลี รวมถึงสเปน
นี่ก็เป็นความผิดแผกแตกต่างอย่างสุดขีดอีกด้วยเหมือนกันของสองคนนี้ มูรินโญ่ ไม่ค่อยอยู่เป็นระเบียบเรียบร้อยนานๆจะว่าไปก็ไม่เคยคุมทีมไหนนานเกินสามปีสักครั้ง ไม่ถูกกับคล็อปป์ ที่ชอบสร้างตั้งแต่ฐานของปิระมิด ก่อนเสพความสบายจากการขึ้นไปยืนบนยอดด้วยความภูมิใจกับผลงานที่ลงมือทำตั้งแต่หินก้อนแรก
7 ปีคุมไมนซ์ รวมทั้งอีก 7 ปีกับดอร์ทมุนด์ คล็อปป์ ยังเคยกล่าวว่าถ้าเกิดเป็นได้ เขาอยากวางมือหลังจากปิด จ็อบที่ลิเวอร์พูล สะท้อนให้มีความคิดเห็นว่าคล็อปป์ คือคนทำงานที่ละเอียดขนาดไหน การบรรลุเป้าหมายแบบจานด่วนบางทีอาจอิ่มท้อง แต่บางทีก็ไม่อร่อย
อีกหนึ่งความต่างที่สัมผัสด้วยตาเปล่าได้ คือสไตล์การเล่น

คราวหนึ่ง โยฮัน ครัฟฟ์ เคยพูดว่ามูรินโญ่ เป็นผู้ฝึกสอนที่เนกาทีฟ แคร์แม้กระนั้นผลที่เกิดจากการแข่งขัน และไม่สนว่าบอลจะทรงงาม มีเสน่ห์น่ามองหรือเปล่า
เด็กหงส์ทั่วโลกยังคิดออกไม่เคยลืมว่าขณะที่มูรินโญ่ นำทีมเชลซี มาเยือนแอนฟิลด์ ในเมษายน 2014 รวมทั้งทำให้พวกเขาฝันสลายจากการได้แชมป์พรีเมียร์ลีก ยุคแรก ทีมของมูรินโญ่ งัดวิธีการ "ด้านมืด" ออกมาหยุด หลุยส์ ซัวเรซ แอนด์ โค ถึงขั้นเก็บบอลเองเพื่อทำให้ล่าช้า ทุ่มช้าตั้งแต่นาทีแรกๆทำฟาวล์เบรกเกมถี่มาก รวมทั้งอุดทั้ง 11 คนจนจนกระทั่งลิเวอร์พูล พลาดคุ้นเคย

ศึกช้างที่ผีแดง

ข้างหลังการตกรอบยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีกของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ยกมือยอมรับว่ามันคือข้อผิดพลาดของเขาที่ไม่สามารถทำให้นักฟุตบอลเล่นเกมรุกได้ในนัดแพ้โมนาโก ในเวลาที่ โชเซ มูรินโญ รับรองปัจจุบัน ''แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังไม่พร้อมลุ้นแชมป์'' กำเนิดอะไรขึ้นอยู่กับสองทีมดังจากเมืองแมนเชสเตอร์
ดูเหมือนสถานะการณ์ปัจจุบันมันเป็นไปในทิศทางของการตั้งตัว ถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อเดินหน้าสองสามก้าว ทั้งสองผู้ฝึกสอนที่ได้รับการยอมรับว่าเก่งที่สุดในโลกในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ถึงกับออกปากแบบนั้นเอาเรื่องของ เป๊ป ก่อน
ควันหลังจากโมนาโกพบว่า "เรือใบสีฟ้า" ยังไม่สามารถยกฐานะตนเองให้ก้าวไปยังทีมที่ใหญ่กว่าพรีเมียร์ลีก แม้จุดมุ่งหมายของพวกเขาแจ่มกระจ่างยิ่งนัก กระทั่งพวกเขามี เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่เดี๋ยวนี้โดนบ่นว่าว่าที่ได้แชมป์เนื่องจากว่าทีมบาร์ซ่ากับบาเยิร์น มิวนิค มันดีอยู่แล้วมองจากตัวเลข…ข้างหลังเกมโมนาโกพบว่ามันน่าเศร้าและก็ท้อแท้ใจกับการทุ่มทุนสร้างของอาบูดาบี ยูไนเต็ด กลุ่ม
ครึ่งแรกเสีย 2 ประตู แถมไม่ได้ยิงสักครั้ง อย่าว่าแต้ยิงเลย เพียงแค่ทำเกมให้ขึ้นไปหน้าบ้านโมนาโกยังยาก ที่สำคัญกองหลังโชว์ความอ่อนหัดให้มองเห็น คลอดสะเปะสะปะ ดินแดนกลางสู้คนพลังชายหนุ่มโมนาโกไม่ได้
เป๊ป ถูกตั้งปัญหาว่าสกอร์ที่ดีกว่า 2 ลูกคือสิ่งที่จำเป็นหรือไม่ต้องไปใช้กลางรุก 5 คนโดยผลักภาระให้ แฟร์นานดินโญ ผู้เดียวที่เป็นตัวตัดเกม ท้ายที่สุดมันเกิดขึ้นตรงนั้นคือดินแดนกลางแพ้ราบคาบดินแดนกลางแพ้…กองหลังยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึง คือปัญหาใหญ่ของทีมในปีนี้
การเสียสองประตูครึ่งแรกทำให้งานยากเกิดขึ้นแต่ว่าพวกเขาสามารถยิงตีไข่แตกหรือลุ้นตีเสมอได้ แต่จากเกมครึ่งแรกไม่มีใครคิดว่ามันเป็นแบบนั้น ทุกคนคิดว่ามีแต่ว่าจะโดนเพิ่มถ้าเกิดออกมาทรงนี้ ความเชื่อมั่นและมั่นใจมันก็สวนกัน…สิตี้ จำเป็นต้องกลับมาพีคสุดๆไม่เช่นนั้นโดนกระหน่ำเหลว
เกมมองดีขึ้นแต่ว่ากว่าจะได้ยิงก็ขว้างเข้าไปนาทีที่ 65 นั่นคือจังหวะแรกที่ ซูบาสิช ได้เซฟ ก่อนที่จะ ซาเน จะยิงประตูตีไข่แตก อันเป็นประตูสำคัญ 2-1 ถ้าหากว่ากันตามจริงครึ่งแรกเกมดีขึ้นแปลกตา พร้อมยิงคืนได้ตลอด
แต่ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือกองหน้าดันไม่คมอีก…ใช้จังหวะสิ้นเปลือง กว่าที่ ซาเน จะยิงตีไข่แตก และก็หลังจากนั้นมาเป็นหน้าที่กองหลังที่ไม่ได้ช่วยป้องกันอะไรเลย โดน 3-1 ที่เป็นประตูสำคัญส่งโมนาโก เข้ารอบ 8 ทีมท้ายที่สุดจากผลบวก 6-6 ที่ได้จากยิงนอกบ้าน 2 ประตู
หลักสำคัญคือเกมรุกยังเพียงพอวางใจได้ว่าดี แต่ว่าเพียงพอเกมรับซึ่งยังไม่เปลี่ยนแปลงและก็พร้อมเสียประตู มันทำให้แมนฯสิตี้ ล้มเหลว และก็เมื่อมองภาพรวมๆรุกพอได้ ดินแดนกลางถ้าเช่นนั้นๆไม่แน่น ไม่ปึ้ก ข้างหลังพร้อมเสียเรือใบสีฟ้า ก็เลยเป็นทีมที่คล้ายกับลิเวอร์พูลคือ…."ขาดสมดุล" ในทีมไป
รับแย่ รุกพอใช้ แบบนี้จังหวะประสบความสำเร็จมีจำกัด ก็จะอยู่ในตำแหน่งที่เรามองเห็นคือโดยประมาณนี้ ลุ้นพื้นที่ชปล. แต่ว่าลุ้นแชมป์อาจยาก เนื่องจากว่าความสมดุลของทีมไม่มี มันขาดหัวใจหลักในทีมไป เหมือนกันกับทีมที่รับดี…แต่ว่ารุกไม่สบโอกาสประสบความสำเร็จน้อยลง
เป๊ป ยอมรับข้างหลังเกมแพ้โมนาโกว่าเขาไม่สามารถทำให้ลูกทีมเล่นแบบดุเดือด กระด้าง และก็มีเกมรุกที่ดีเพียงพอในการชนะโมนาโก เขายอมรับผิด ไม่โทษนักฟุตบอล แต่ว่าเชื่อว่าในใจคงมีหลายท่านที่ถูกกาชื่อทิ้งในซัมเมอร์หน้านี้แน่นอน
แผงข้างหลังในเวลานั้นอยากได้ฟูลหามใหม่เพื่อมาเพิ่มไฟในการเล่น ไม่ใช่ชุดเดิมอย่าง ซาบาเลต้า, คิลชี, วัวลารอคอยฟ หรือจนกระทั่งเซนเตอร์ฮาล์ฟอย่าง ออตาเมนดี้ ก็ไม่ใช่เซนเตอร์มีเกรดอะไรเยอะแยะ แม้จะติดทีมชาติอาร์เจนว่ากล่าวน่าก็ตาม

แผงข้างหลังนี่ยกแผง …จอห์น สโตน เองก็จำเป็นต้องเล่นกับเซนเตอร์ที่หรูหรากว่าเขา ถ้าเกิดมุ่งหวังให้เขาคุมข้างหลังผู้เดียวเดี๋ยวนี้ กระดูกบอลไม่ถึง ในยุโรปนี่ชัดเลย มีปัญหาในการเล่นเกมชั้นสูง ในเวลาที่ดินแดนกลางขาดตัวตัดเกมประสิทธิภาพไป
แนวรุกจัดว่าพอได้ ชุดนี้ ทั้ง กุน อเกรโร , ซาเน, ราฮีม ยังได้โอกาสปรับพฤติกรรมเองได้ ที่ดีเป็นส่วนตัวคือ เควิน เดอ บรอยน์ ในเวลาที่ สิลบา ปีถัดไปจะยิ่งโรยหนักกว่านี้
ดูแล้วเมื่อยล้า…มันคืองานใหญ่สำหรับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ในการทำทีมให้ยิ่งใหญ่ในแถวหน้าของแวดวง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการก้าวไปครองแชมป์ยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีก ยุคแรกให้แมนฯสิตี้ ซึ่งเป็นจุดมุ่งหมายสูงสุดในการสร้างแบรนด์ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ให้หนักแน่น
จากเพื่อนบ้านเสียงดังมายังเพื่อนบ้านที่มองเงียบๆไม่ฮือฮาเหมือนช่วงซัมเมอร์ ที่มีหวังเยอะแยะข้างหลังการแต่ง โชเซ มูรินโญ คุมทีม
ปัจจุบันแม้เข้ารอบ 8 ทีมท้ายที่สุดฟุตบอลยูโรปา ลีก และก็เหลือถ้วยเดียวที่ได้ลุ้นอย่างเป็นรูปธรรม มูรินโญ ให้สัมภาษณ์กับ แกรี ลินิเกอร์ โฆษกรายการ "พรีเมียร์ลีก โชว์" ทางช่องบีบีซี มากมายหลักสำคัญที่สำคัญสุดเขากล่าวว่า "เรายังไม่พร้อมสำหรับการเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด"คมกริบสำหรับประโยคนี้ และก็มันไม่ต้องขยายความว่าอะไรแม้กระทั่งเยอะแยะ
"ผมคิดว่าเรายังไม่พร้อมสำหรับการมีไว้ในครอบครองยุทธจักรบอลอังกฤษ เรายังไม่พร้อมที่จะเพียรพยายาม, ชนะทุกเกม มันยังมีช่องว่างระหว่างความทะเยอทะยานตามธรรมชาติของทีมยักษ์ใหญ่ และก็สิ่งที่เราเป็นอยู่จริงๆปัจจุบันนี้"มันยากขึ้นกว่าเดิม มันแตกต่างจาก 10-20 ปีกลายอย่างสิ้นเชิง"
ผมว่าเขาสะท้อนอะไรได้แจ่มกระจ่างในเรื่องนี้ เขากำลังติดต่อสื่อสารกับแฟนแมนฯยูฯ ที่เต็มไปด้วยความคาดหมายชั้นสูงและก็จำเป็นต้องเพียรพยายามประพฤติแบบจมให้ลง เนื่องจากว่ามันจะเข้าข่ายแปลงเป็นแฟนลิเวอร์พูลที่รู้สึกแบบงั้นมาตลอด 26 ปี ภายหลังได้แชมป์ลีกครั้งสุดท้ายปี 1990อีกประโยคเด็ดหนึง่ที่สำคัญคือ "ผมมาปฏิบัติงานกับสโมสรที่น่าหดหู่"อันนี้ว่าคนใดกันนะ…ทดลองอ่านกันมอง เอาสำคัญๆคือเขาพูดว่า "ถ้าเกิดเป็นผมจะไม่ขาย อังเคล ดิ มาเรีย, ชิชาริโต้ และก็ ดินแดนนี เวลเบค"
เชื่อว่าสามคนนี้บางทีอาจได้รับความรู้สึกเชิงมีความขัดแย้งจากแฟนผีแน่นอนเนื่องจากว่า ดิ มาเรีย มาในช่วงที่ทีมตกลงไปจากเดิม ในเวลาที่ เวลเบค ก็ไม่ได้รับความยินดีเยอะแยะนัก ส่วนชิชาริโต้ นั้นน่าจะเป็นขวัญใจอยู่แต่เชิงแทกว่ากล่าวกแล้ววิธีขาย เวลเบค และก็ ชิชาริโต้ ออกไปมันคือคุณขาดกองหน้าตัวจบสกอร์
ส่วน ดิ มาเรีย นั้นคือนักฟุตบอลที่ มูรินโญ ติดอกติดใจ และก็เป็นนักฟุตบอลคนแรกที่เขาซื้อไปร่วมทีมเรอัล มาดริด และก็ ดิ มาเรีย ก็กลับไปสู่ฟอร์มทอปของเขาอย่างเดิมกับทีม เปแอสเช เชื่อว่าถ้าเกิด มูรินโญ อยู่กับทีมเร็วกว่านี้เขาก็ซื้อมาร่วมทีมและก็ใช้งานเป็นตัวเดินเกมให้แนวรุก
ส่วนนักฟุตบอลที่ มูรินโญ ไม่เอ่ยชื่อว่า ถ้าเกิดเป็นเขาจะไม่ซื้อมาร่วมทีม ซึ่งเราเองสามารถทายใจได้ไม่ยากเนื่องจากว่าจากสิ่งที่เขาปฏิบัติในสนามแข่งขันและก็การจัดทีมลงเล่นทุกสัปดาห์เพียงพอจะนำชื่อมาเฉลยคำตอบกันได้ไม่ยากมูรินโญ มีมรรยาทและก็มืออาชีพมากพอที่จะไม่พูดถึงและก็มันไม่ควรเอ่ยถึง แต่ว่าผมเชื่อว่าไม่ใช่แฟนผีก็ทายใจได้ไม่ยาก
สิ่งที่ผมเชื่อว่าแฟนผีและก็แฟนบอลทั่วๆไปจำเป็นต้องติดอกติดใจกับการให้สัมภาษณ์ในประโยคต่อมากับ ลินิเกอร์ ว่า "แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นสโมสรที่มีความโหฬารมาก ไม่จำเป็นต้องไปแชมเปี้ยนส์ ลีกเพื่อยั่วยวนใจนักฟุตบอลมาร่วมทีม"
เขาเอ่ยถึง…อิบราฮิโมวิช ควรอยู่กับ ปารีส, ป๊อกบา ควรอยู่กับยูเวนตุส และก็ มคิทาร์ยาน ควรอยู่กับดอร์ทมุนด์ต่อไปถ้าเกิดนักเตะนึกถึงเรื่องการเล่นในแชมเปี้ยนส์ลีก และก็เขาเองรู้สึกแฮปปี้มากๆถ้าเกิดนักฟุตบอลตกลงใจไม่ย้ายมาเนื่องจากว่าทีมไม่ได้ไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก เขาจะดีใจมาก ที่ไม่ได้นักฟุตบอลแบบนี้มาร่วมทีม
พูดง่ายๆว่า นักฟุตบอลควรจะมีใจมาเล่นให้กับแมนเชสเตอร์ ยุไนเต็ด ด้วยข้อจำกัดเดียวคือเนื่องจากว่านี่คือแมนฯยูฯ ไม่ใช่ทีมที่จำเป็นต้องไปเล่นชปล. หรือได้โอกาสไปเล่น
จริงขอรับ…การพูดแบบนี้ไม่ใช่เอาอกเอาใจหรือเพียงแค่ให้เกียรติ แต่ว่ามันคือรูปแบบการทำงานของ มูรินโญ และก็ผมเชื่อว่าผู้ฝึกสอนทุกคนจำเป็นต้องมีแนวทางแบบนี้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็อาจไม่อยากนักฟุตบอลที่มาเล่นกับทีมเพื่อ "เงิน" , เกียรติ หรืออะไรนักฟุตบอลจะมาเล่นกับทีมนี้เพื่อ "สโมสรแห่งนี้"
มันยังไม่หมดยุคหรอก…เนื่องจากว่าสุดท้ายแล้วทีมที่ใช้เงินทุ่มซื้อนักฟุตบอลก็จะใช้เงินซื้อนักฟุตบอลตลอดเวลา ไม่สามารถดึงนักฟุตบอลที่มีความรู้ความเข้าใจและก็มีจิตใจอยากประสบความสำเร็จกับทีมมาร่วมทีมได้ ปัญหาของสองทีมจากเมืองแมนเชสเตอร์ นั้นคนละแบบ
ในเวลาที่ เป๊ป กล่าวว่าไม่สามารถทำให้นักฟุตบอลเล่นเกมดังที่เขาอยากได้ได้ และก็ทีมอาจควรมีการเปลี่ยนแปลงในซัมเมอร์ มันก็คล้ายกับ มูรินโญ เพียง มูรินโญ มีรูปแบบการทำงานของเขาที่รับรองอย่างชัดเจนแล้วว่า
"แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยากได้นักฟุตบอลที่มีใจอยากมาเล่นให้แมนฯยูไนเต็ด โดยมีเงื่อนไขเดียวเนื่องจากว่านี่คือแมนเชสเตอร์ ยุไนเต็ด"       

แข่งเดือด ลิเวอร์พูล vs ไก่

บิ๊กแมตช์คงจะสุดสัปดาห์นี้…คงจะไม่มีอะไรมากมายไปกว่าการฉกชิงสามคะแนนเพื่อพื้นที่ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก ระหว่างลิเวอร์พูลกับสเปอร์ส
ภายใต้ความกดดันคนละแบบสองแบบ
แน่นอนนะครับ…ในทางทฤษฏีพวกเราสามารถอ้างได้ว่าสองทีมนี้ยังมีหวังอยู่บ้างในการลุ้นแชมป์ แต่ว่าในทางปฏิบัติ ในทางความรู้สึก ในทางประสบการณ์ของแฟนบอลและงานข่าวสาร มั่นอกมั่นใจได้ว่า สเปอร์สกับ ลิเวอร์พูล ถูกตัดชื่อออกไปจากสาระบบการลุ้นแชมป์เป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว
แม้เหลืออีก 14 นัดแล้วก็นัดล่าสุดด้วย…แต่ว่าเชื่อเถอะว่า จนกระทั่งแฟนหงส์เองยังสั่นหน้า แฟนไก่รู้สึกยอมแพ้กับทั้งช่องว่างที่ห่างและฟอร์มของเชลซี "ผู้นำฝูง" ที่ยังคงเส้นคงวา ไม่เพลี่ยงพล้ำอะไรกล้วยๆ
มีแต่ว่าสิงห์บลูจะมุ่งหน้าเข้าพบแชมป์ขึ้นทุกสัปดาห์
โอเคนะครับ…มาว่ากันถึงเกมบิ๊กแมตช์ระหว่างลิเวอร์พูลกับสเปอร์สที่แย่งสามคะแนนเพื่อพื้นที่ยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีก ถามว่าคนไหนกันแน่หนักกว่ากันมันคนละแบบ
หงส์แดง บางทีอาจจะหนักในแง่ที่ว่าก่อนลงสู่สนามพวกเขาได้โอกาสตกไปอยู่อันดับ 6 เพราะว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อันดับ 6 จักจี้มาเหลือ 1 คะแนน พวกเขาลงสู่สนามก่อนเจอกับวัตฟอร์ด ถ้าหากเก็บสามแต้มได้ ซึ่งแน่ใจว่าช่องทางเก็บสามแต้มนั้นมีแน่
"อสุรกายแดง" จะแซงขึ้นอันดับ 5 หรือดีมากกว่านั้นเป็นอันดับสี่ถ้าเกิดอาร์เซนอลในตอนค่ำดันแพ้ฮัลล์ ซิตี้ คาบ้าน
ถึงจุดนี้ฟุตบอลเป็นศาสตร์ที่พัฒนาต่อไปได้เสมอกัน สามารถแพ้ชนะกันได้ในเกมเลย ไม่มีใครเหนือชั้นกว่าเป็นรองมากสักเท่าไรนัก ทีมขนาดเล็กพร้อมสุ้ พร้อมลุยเพื่อความมีชัย เพื่อสามคะแนนกับทีมใหญ่ หากไม่เหนือกว่ามากสักเท่าไรนัก วางแทกตำหนิกมาแล้วใช้ได้ผล
พวกเขามีสิทธิ์ชนะในเกมเช่นเดียวกัน
จุดที่ทีมขนาดเล็กจะเป็นรองทีมใหญ่มีเรื่องมีราวเดียวเป็น "ความคงเส้นคงวา" อันเกิดจากสมรรถนะของทีมแนวลึก ที่คงจะรักษาฟอร์มที่ดีแบบนานๆมิได้ อันนี้เป็นความแตกต่าง แต่ว่าถ้าเกิดเทียบกันเฉพาะแมตช์ต่อแมตช์ เพียงแค่ 90 นาที
เหมือนเกมบอลถ้วย เหมือนเอฟเอ คัพ แพ้ไม่เข้ารอบ ชนะไปต่อ วางแทกตำหนิกแบบนี้ทีมเล็กชนะทีมใหญ่ได้เช่นเดียวกัน
ตัวอย่างมีให้มองเห็นแล้วทั้งกับสเปอร์ส, อาร์เซนอล, แมนฯยูฯ จนกระทั่งลิเวอร์พูลที่โดนทีมเล็กท้ายตารางสอยมาหลายทีมแล้ว
นี่เป็นฟุตบอลยุคโมเดิร์น ที่ศาสตร์ฟุตบอลพัฒนาจนกระทั่งสามารถเอามาใช้เพื่อแพ้ชนะกันได้ในเกมเดียวกัน แต่ว่าถ้าเกิดจะบอกถึงเกมระยะยาวทั้งซีซั่น ตรงนี้แหละนะครับที่แยกระดับของทีมได้กระจ่าง และพวกเราก็มองเห็นกัน…
ครั้งนี้เมื่อทีมใหญ่มาพบกัน… หรือทีมขนาดใหญ่ ที่มีเป้าใหญ่กว่าทีมเล็กมาพบกัน จะออกมาแบบไหนดี

เริ่มที่ ลิเวอร์พูล กำลังประจันหน้ากับวิกฤตการณ์ครั้งสำคัญในยุคของ พบร คลอปป์ ถึงขั้นโดนสื่อเอาตัวเลขที่เขาดำเนินงานใน 54 เกมแรกไปล้อเลียนว่าไม่ได้ต่างอะไรจากยุค เบรนดัน รอดพบร์ส คุมสักเท่าไหร่

อีกทั้ง…นับจากปี 2017 เริ่มเปิดศักราชมาพวกเขาเหมือนเป็นปีชง…ยังไม่ชนะคนไหนกันแน่ในพรีเมียร์ลีก แถมแพ้ในแอนฟิลด์ต่อเนื่องกัน แล้วก็ผลงานที่เลวทรามที่สุดนับจากหมดยุคหมดสมัยของ รอดพบร์ส ที่สำคัญแผนการที่ฝันกันเอาไว้…

พังทลาย (ยกเว้นผม ที่ไม่เคยคิดตั้งแต่แรกว่าหงส์มีลุ้นแชมป์)

เอาดีๆนะ

พบร คลอปป์กับทีมบริหารเองตั้งเป้าไว้ที่ 4 ตั้งแต่แรก แต่ว่าพอเพียง 13 ครั้งแรกหรือหนึ่งในสามของระยะทางพวกเขาทำแต้มนำผู้นำฝูงและประพฤติตนเป็นทีมที่ได้โอกาสลุ้นแชมป์ มันก็เลยสร้างความปรารถนาให้กับแฟนหงส์และสื่อมวลชนสายหงส์ที่เมอร์ซีย์ไซด์

go so big อะไรโดยประมาณนั้น

มาถึงจุดนี้….ถ้าเกิดจะถามว่าลิเวอร์พูลเล่นต่ำกว่ามาตรฐานอะไรมั้ย ผมรู้สึกว่ามันคงจะไม่ใช่แล้วละครับ เพราะว่าความจริงๆเป็นมันมาตรฐานเดิมที่เคยมีนั่นแหละ และจุดมุ่งหมายเดิมเป็นลุ้นที่ 4 ซึ่งก่อนเปิดซีซั่นหงส์เป็นเต็ง 6 ครับผม

ว่ากันตามจริง…อย่างที่พวกเราทราบกัน แมนฯซิตี้, แมนฯยูฯ, เชลซี, อาร์เซนอล, สเปอร์ส และลิเวอร์พูล มันถูกเดาและจัดเอาไว้แบบนี้อยู่แล้ว

โอเค…กลับมาอยู่ที่เดิม ณ จุดนี้ และการลุ้นยากลำเค็ญเหมือนที่้คาดการณ์กันเอาไว้แต่เดิม และใน 14 นัดที่เหลือมันเป็นการยืนยันว่าพวกเขาจะได้ที่สี้ไหม และต้องช่วงชิงกันสุดชีวิตกับ 4 ลำดับแรกบวกกับแมนฯยูฯ ที่กำลังอยู่ในตอนขาขึ้น

ถ้างั้น…พบร คลอปป์ จะไขปัญหาเช่นไรในเมื่อเกมรับคือปัญหาใหญ่ของทีมไม่อาจถูกปรับแก้หรือปกปิดด้วยเกมรุกอีกแล้ว เพราะว่าเมื่อเกมรุกแคบ ทำอะไรคู่แข่งขันมิได้ เกมรับที่พร้อมเสียก็ทำให้ทีมแพ้โดยทันที

อีกหนึ่งปัญหาที่เพิ่มขึ้นเมื่อซีซั่นผ่านไปเป็น "แทกตำหนิก" เกมรับของคู่แข่งขันในลีกกว่า 15 ทีมที่ไม่เปิดหน้าแลก และเกมรุกหงส์แดงจนปัญญาเจาะ แถมไอเดียไม่นานัปการ บอลหน้าเดียว แล้วยังมิได้เล่นเกมที่ถนัดเป็นเพรสซิง เพราะว่าไม่รู้เรื่องจะเพรสอะไร มีแต่ว่า พาส อย่างเดียว

No pressing just passing or knock ball around.They cant get through tight defensive tactical.Lack of idea to break that.

ผมเขียนเองมิได้ลอกฝรั่งมา…เป็นมิได้เพรสหรือรุมแย่งบอล ได้แต่ว่าผ่านบอล หรือเคาะบอลไปมาในสนาม หาทางผ่านเข้าไปมิได้ ขาดไอเดียในการทำลายแทกตำหนิกเกมรับ

อย่างที่มองเห็นเป็นพอเพียงหาปากทางเข้าจุดโทษมิได้ และไม่จบด้วยการยิง แล้วพอเพียงส่งบอลพลาดโดนตัดได้ สวนกลับเสียประตู เพราะว่าหลังลอย หรือเสียลูกเซตพีส คุ้มครองป้องกันมิได้ ก็โดนลงอาญาโดยทันที ส่งผลให้ทีมแพ้ติดๆกันมานับจากปีใหม่

บอส เจเค ถูกตั้งข้อซักถามและมีบางคน แฟนหงส์บางคนครับผม สะเหร่อ บอกไล่ออก และขอเปลี่ยนแปลงโค้ช

แฟนบอลยุคสมัยใหม่พวกนี้มักทำให้แฟนหงส์ส่วนใหญ่เสียเชื่อ…เอะอะ จะเปลี่ยนแปลงโค้ช เอะอะ ลุ้นแชมป์ ทุกปี

อะไรนะครับ…พวกคุณแก

เกมนี้ไม่ต้องวิพากษ์วิจารณ์อะไรมากมาย…และพวกเราก็ยังไม่รู้ดีว่าบอสเจเค จะไขปัญหาเกมรับได้ดีแค่ไหน เพราะว่ามันยังแก้มิได้มาตั้งแต่ครั้งแรกที่ชนะอาร์เซนอล 4-3 จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ มีจุดแข็งคือสเปอร์ส ก็ไม่ใช่ทีมที่เน้นย้ำเกมรับ

โน่นอาจทำให้ เกเก้น เพรสซิง ดำเนินงาน…แต่ว่าจะเห็นผลหรือไม่เพราะภาวะจิตใจเด็กหงส์เดี๋ยวนี้ห่อเหี่ยวและขาดความเชื่อมั่นไปเยอะแยะ

เวลาเดียวกันทอตแน่มฮอตสเปอร์จัดว่าเป็นทีมในกรุ๊ปนำที่มีพื้นฐานเกมรับดี พลาดยากเสียยาก เกมรุกหวังผลได้ ขาดเพียงแค่เกมบางเกมที่พวกเขาสมควรชนะกลับไม่ชนะ ดันพลาดเสมอ และที่สำคัญสเปอร์ส เจอกับทีมในกรุ๊ปเดียวกันนั้น…

มีปัญหาในการเอาชนะเช่นเดียวกัน

ถ้าเกิดถามว่าบิ๊กแมตช์ระหว่างหงส์แดงกับไก่คาดหมายอะไร

บอกตามจริงไม่ใช่ออกตัว หงส์แดง ยังมีสิทธิ์แพ้คาบ้านได้อีก เพราะว่าเกมรับทั้งส่วนตัว หาม, เซนเตอร์ และส่วนระบบเกมรับ เมื่อรวมกับกองกลางมาพ่วงด้วย ยังไม่เยี่ยมเลย มันมันมี mistake เกิดขึ้นได้ตลอด

อ๋อ…ผู้เฝ้าประตูด้วย

วันดีคืนดีไม่รู้เรื่อง มันจะรับบอลกล้วยๆหลุดมือหรือปลดปล่อยบอลลอดขาผ่านเส้นประตูเข้าไปหรือไม่

จุดบอบบางมันเยอะแยะ…

ถามว่ากี่เกมแล้วนะครับที่ กองหลังหงส์แดงอยู่ๆมันก็เสียประตูแบบไม่มีเหตุผล ของฟุตบอล หรือจากการบุกของคู่แข่งขันเพียงแค่ 1 ครั้งก็เสียแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกโด่งนี่แหละ โดนประจำ และพอเพียงเสียประตูเกมก็เสียไป

บวกกับเกมรุกที่เน้นย้ำบอลช่อง แต่ว่าไม่มีช่องให้เจาะ เพราะว่าแน่นหมด รถบัสสองคัน จะเจาะแบบไหน พอเพียงเจาะช่องมิได้ ผ่านบอลกันไปมาก็มิได้ยิง ไม่มีเกมรุกแบบอื่นๆเช่นครอสจากข้างๆ , เซตพีส, ยิงไกล

บอลครอสจากข้างๆยิ่งไม่ต้องหวังเลย…เพราะว่ากองหน้่าหงส์มิได้เก่งลูกโหม่ง นานครั้งปีครั้ง จะโหม่งได้ประตู

นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นภายหลังถูกจับทางได้ และทางนี้ใช้ได้ผลเพียงแค่ 50% ความมากมายหลายไม่มีมากสักเท่าไรนัก เวลาเดียวกันทอตแน่มฮอตสเปอร์ เองเป็นทีมที่ก็มีปัญหาไม่ได้ต่างอะไรกัน บางเกมเล่นดีครึ่งเดียว

บางเกมคิดจะหมดมุขก็ตื้อไปซะงั้น

ลักษณะคล้ายๆกันเพียงแต่…สเปอร์ส มีดีมากกว่าหงส์แดงในเรื่องเกมรับที่แน่นแฟ้นกว่า รัดกุมกว่า พลาดยากกว่า ฐานรากตรงนี้ทำให้สเปอร์ส จะพลาดยากและไม่ปลดปล่อยให้กำเนิดวิกฤตการณ์เหมือนหงส์แดง

แบบหลุดแล้วหลุดเลย…

สเปอร์สจะพลาดยากแล้วถ้าเกิดพลาดจะกลับมาชนะในเกมต่อไปโดยทันที ไม่มีพลาดต่อเนื่องแบบหงส์แดง ณ เวลานี้

ถ้าเกิดเทียบกันแล้วในตอนนั้น จุดเสียของหงส์แดงที่มาเติมเป็น "ขาดความเชื่อมั่น" ในทีมซะแล้ว แล้วฟุตบอลที่เล่นด้วยความไม่มั่นใจ ช่องทางบกพร่องมีสูง ช่องทางแพ้มีมากมายก่ายกอง ช่องทางชนะมีน้อยโดยทันที

ด้วยเหตุผลดังกล่าว…บทวิพากษ์บิ๊กแมตช์เกมนี้ ขอให้ติดตาม

1 การแก้ปัญหาเกมรับว่า บอสเจเค จะทำอย่างไรบ้าง และเกมรุกจะมีไอเดียเยอะแยะแค่ไหน มีอะไรมาเพิ่ม แล้วก็วิธีการเล่น…เล่นด้วยความเชื่อถือว่าทำได้หรือเล่นด้วยความไม่มั่นใจ งงมากๆเงอะๆกันไป

2 สเปอร์ส เองพบทีมในกรุ๊ปทอป 6 ต้องสอบได้ให้ได้เพื่อพื้นที่ชปล.

ส่วนเนื้อหาการแก้ไขอะไรนั้น ผมว่ารอดูหลังเกมจบมาว่ากันเป็นฉากๆมีอะไรบ้าง

ฟันธงมั้ย…

ชนะ, เสมอ และ แพ้ได้ เสมอกันทั้งหงส์และไก่ นะครับ ไม่ใช่กำปั้นทุบดิน เพราะว่าคู่นี้เสมอกันหมดทุกประการในเกมฟุตบอล ณ เวลานี้

สิงห์โตน้ำเงินแค่สะดุด

ความปราชัยของเชลซีต่อ คริสตัล พาเลส เกิดเรื่องเกิดขึ้นได้ เพียงแต่ว่ามันน่าจะเป็นแค่เกมเดียวที่เรียกว่า one off แพ้แล้วแพ้ไป…กลับมาชนะได้ในทันที สถานะการณ์ในตอนนี้เป็นนำสเปอร์ส 7 แต้มแข่งขันเท่ากันเป็นกลุ่มสเปอร์สที่เป็นผู้ท้าแข่งตัวจริงมากยิ่งกว่าทุกทีม จังหวะไม่เป็นใจที่โปรแกรมมาแข่งขันพร้อมกันคืนวันพุธ …เป็นถ้าเกิดสเปอร์สเตะก่อนแล้วชนะ แต้มเหลือ 4 น่าจะก่อให้เกมคู่เชลซีต้อนรับการมาเยี่ยมของแมนฯซิตี้ เข้มข้นยิ่งนัก
แม้กระนั้นเมื่อโปรแกรมออกมาแบบนี้แล้วนำ 7 แล้วเตะวันเดียวกันก็ลุ้นกันไปสองสนาม ที่สำคัญเกมนี้หลายทีมร่วมลุ้นกับเชลซีด้วยโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลิเวอร์พูล, อาร์เซนอล แล้วก็แมนฯยูไนเต็ด เป็นเชียร์ให้เชลซีปิดบัญชี เรือใบสีฟ้าไปเลย
ว่ากันถึงสถานะการณ์ของเชลซีก่อนลงในสนามนัดหมายนี้ก็มีแรงกดดัน ความเครียดกันบ้าง ภายหลังจากพ่ายคริสตัล พาเลส ติดอยู่บ้าน มันเสมือนมีอะไรมากระตุกต่อมสู้ของเชลซี ไม่ให้ลดลงไป นี่เป็นดีที่แต้มนำ 10 ทำให้ความปราชัยในลักษณะแบบนี้ มันเป็นเชิงบวกมากยิ่งกว่าลบ
แพ้นัดหมายเดียว..อย่างที่บอก เกมนี้อาจพบกลุ่มใหญ่อย่างแมนฯซิตี้ แม้กระนั้นเอาเข้าจริงๆจุดบอดของซิตี้ มากเลย แล้วก็เชลซี ก็ไม่ควรต้องเล่นเพื่อชนะ เล่นรัดกุม รอตีหัวเข้าบ้าน เพื่อสามคะแนน ง่ายดายเสียยิ่งกว่า
ถ้าย้อนไปมองผลงานในเกมที่แพ้พาเลส คงโทษคนไหนไม่ได้นอกจากเกมรับของตัวเองที่ เสียสมาธิแล้วก็คลอดลูกประมาท วิลฟรีด ซาฮา กับ เบนเตเก้ มากจนเกินไป
ทั้งเกมเชลซีมีโอกาสซัดประตูตั้ง 24 ครั้งเข้ากรอบ 11 แม้กระนั้นได้มา 1 ส่วนพาเลส ยิงไป 8 เข้ากรอบ 3 เป็นสองประตู เกมแบบนี้มันมีเกิดขึ้นแน่นอนปัญหาที่ อันโตนีโอ คอนเต้ จะต้องปรับก่อนจัดการกับเกมรุกสุดอันตรายจากแมนฯซิตี้เป็น…อย่าเสียท่าเสียประตูก่อนสักครู่จะบีบคั้นตนเองเปล่าๆเกมที่พบกับพาเลส มันเป็นแรงกดดันอย่างหนึ่งที่ดันไปเสียประตู 2-1 แบบไม่เคยรู้เนื้อรู้สึกตัว
เพราะฉะนั้นเกมนี้ คอนเต้ จำเป็นต้องปรับจูนเกมรับใหม่เพื่อรัดกุม ไม่พลาดและไม่เสีย ด้วยเหตุว่าจะว่าไปเกมรับเชลซียังไงก็ยังมองเหนียวกว่าแมนฯซิตี้ มากมาย เพราะฉะนั้นเกมนี้ คอนเต้ น่าจะกลับไปยึดสูตรการเล่นแบบเดิมเป็นใช้กึ่งกลางรับสองคน กองเต้ จะยืนคู่กับ มาตำหนิชหรือ ฟาเบรกาส ซึ่งนัดหมายที่แพ้พาเลส ส่งพร้อมกันสามคนเลย เชสก์ดันขึ้นไปสูงหน่อย…
นัดหมายนี้อาจจำเป็นต้องส่ง วิลเลียน ลงมาเล่นเกมนี้พร้อมกันกับ เปโดร แล้วก็ เอดินแดน อาซาร์ โดย คอสต้า ค้ำหน้า แนวรับชุดเดิม แค่ปรับพฤติกรรมผู้เล่นในดินแดนกึ่งกลางแค่นั้น ผมเดาใจ คอนเต้ ว่าน่าจะเลือก ฟาเบรกาส เล่นกับ กองเต้ ด้วยเหตุว่า ฟาเบรกาส เปิดบอลยาวแม่นกว่า มาตำหนิช

การเล่นจังหวะสวนกลับแบบนี้ ฟาเบรกาส มีประโยชน์ ด้วยเหตุว่ายังไง แมนฯซิตี้ ไม้่มีทางเลือกแล้วก็กลุ่มเป๊ป คงจะต้องเล่นเกมรุกเข้าพบ หรือไม่ก็ถอยคุมโซน ถ้าเกิดถอยก็เข้าทางเชลซี ที่จะเล่นเกมไปตามจังหวะ ต่อให้บุกเข้าพบยิ่งเข้าทางโต้กลับเชลซีเพิ่มมากขึ้น
ไม่ว่าเป๊ป จะเลือกคนไหนลงในสนาม ออตาเมนดี, สโตน, คลิชี, ซาบาเลต้า ท่ีน่าจะวิ่งลงในสนามแทน นาบาส ที่นัดหมายก่อนเป็นหามขวา เกมนี้ดินแดนกึ่งกลางอาจจำเป็นต้องใช้ ยายา ตูเร ลงเล่นกับ แฟร์นานดินโญ ในตอนนี้สลากกินแบ่งในเกมรุกจะไปออกที่คนไหนจะต้องนั่งมอง
ดาบิด ซิลบา, ราฮีม สเตอริง ที่นัดหมายก่อนเบาๆไป เลอรอย ซาเน ทอปฟอร์ม แล้วก็ เควิน เดอ บรอยน์ เป็นหัวใจเกมรุกของกลุ่ม กุน อเกรโร หน้าเป้าอย่างเดิม ถ้าเกิดให้เดาใจ เป๊ป น่าจะพัก ซิลบา ด้วยเหตุว่าตำแหน่งอาจจะทับกับ เดอ บรอยน์ เนื่องจากเกมนี้จะต้องส่ง ยายา ตูเร ลงมาช่วยเกมดินแดนกึ่งกลางนั้นเองนะครับ
จัดแบบไหน…แนวคิดของ เป๊ป คงเฝ้าบ้านไม่ได้ละครับ จะต้องออกมาเดินเกมรุกใส่เชลซี ด้วยเหตุว่าพวกเขาอยากชัยมากยิ่งกว่า อยากยิงประตู ถ้าเกิดมัวแต่คุมโซน รักษาเชป เอาไว้ในดินแดน ดูท่าว่าไม่น่ารอ
เป๊ป น่าจะเน้นเกมพาสซิง เข้าพบบุกเข้าใส่ วัดกับเชลซี เพราะฉะนั้นจุดนี้ก็เลยเป็นการช่วงชิงพื้นที่ดินแดนกึ่งกลางว่าคนไหนจะคุมเกมได้มากยิ่งกว่า
กองเต้ คู่ ฟาเบรกาส ปะทะ กึ่งกลางรุกของซิตี้หมายถึงเดอ บรอยน์ แล้วก็จะมี ยายา ตูเร ดันขึ้นมา ส่วนแฟร์นานดินโย จำเป็นต้องพบกับ อาซาร์ ให้ปวดหัวเล่น งานนี้สู้กันเผ็ดร้อนรุนแรง แล้วก็เกมมีแนวโน้มจะออกมาถึงใจถึงอารมณ์อย่างแน่นอนถ้าเกิดเล่นเกมออกมาแนวนี้…เชลซี น่าจะชิงเหลี่ยมของเกมไว้ได้ดีกว่า
ชั่วโมงนี้ไม่ใช่ว่า แมนฯซิตี้ ไม่สามารถเจาะแนวรับเชลซีได้ แม้กระนั้นสิ่งที่น่าวิตกเป็น สโตน กับ ออตาเมนดี ไม่น่าจะจัดการกับ คอสต้า แล้วก็ อาซาร์ ได้อยู่ นั่นแล้วก็ เปโดร กับ วิลเลียน ที่หวือหวา รวดเร็ว จุดตัดสินแพ้ชนะเกมนี้น่าจะอยู่ที่เกมรับสองฝั่งมากยิ่งกว่าเกมรุก
คล้ายๆกับที่ลิเวอร์พูลเสมอแมนฯซิตี้ ซึ่งเกมรับพลาดทั้งคู่ฝั่ง แม้กระนั้นเกมรุกไม่เด็ดขาดเอง ปิดบัญชีกันไม่ได้ แม้กระนั้นเกมนี้มีความต่างตรงที่ เกมรับเชลซี รัดกุมกว่าเด็กหงส์ แล้วก็รัดกุมกว่า เรือใบ ที่ตรงนี้เป็นงานยากของ เป๊ป เมื่อมองมายังเกมรับของตัวเองที่พึ่งเสียให้ปืนไปสองลูก
การันตีว่า…นัดหมายนี้มีเสียประตูให้เชลซีแน่นอนนะครับ แล้วถ้าเกิดเสียก่อน ผมมั่นใจว่าเที่ยวนี้จะไม่พลาดเมหือนนัดหมายล่าสุดอีกแล้ว นั่นเป็นการเสียสถิติที่นำก่อนแล้วแพ้ในเกมเป็นครั้งแรก แม้กระนั้นคราวนี้ถ้าเกิดเชลซี นำก่อน
จุดที่น่าดึงดูดเป็น เป๊ป จะก่อให้เกมรับของพวกเขาหรือการจัดระบบเกมรับ รัดกุมสูงที่สุดได้เช่นไร คอสต้า, อาซาร์, วิลเลียน, เปโดร แถมด้วย ฟาเบรกาส ขึ้นเพิ่มเติมเมื่อรุก มองผลงานในลีกแล้วจะต้องสารภาพว่าเกมรับของทุกทีมโดนกันหมดถ้วนหน้า เพราะฉะนั้น เป๊ป จะต้องติวเข้มการเล่นเกมรับเพื่อจัดการกับมหันตภัยในเกมรุกของเชลซีที่เอ่ยนามมาทั้งปวง

แล้วมุมอื่นมีอะไรอีกมั้ย ผมรู้สึกว่าคงไม่มีชะตากรรม หรือการตัดสินบกพร่องอะไรมาส่งผลต่อเกมนี้ มันสู้กันด้วยแทกตำหนิกของผู้ฝึกสอนสองฝั่ง แล้วก็ผมคิดว่า คอนเต้ จะต้องจักจี้จุดบอดแมนฯซิตี้ เป็นทำไงก็ได้ให้มีพื้นที่ มีช่องว่าง แล้วก็ตอกย้ำความไม่รัดกุมที่เกิดขึ้นตลอดทั้งซีซั่น 32 ลูกที่เสียไปเฉลี่ยโดนนัดหมายละหนึ่งลูกแน่นอนแล้วเป็นกลุ่มในกลุ่มทอปที่เสียประตูมากมาย…แค่เสียน้อยกว่าเด็กหงส์เท่านั้นเอง ซึ่งนับว่าเป็นตัวเลขที่ไม่เหมาะกับการประสบความสำเร็จอะไรเลย เมื่อเกมรับยังไม่ถ้วนถี่ขนาดนี้ ต่อให้พื่้นที่ ชปล. อาจจะวืดได้

 

ลุ้นกันไปกับไก่เดือยทอง

ทอตแน่มฮอตสเปอร์ ฟอร์มรุนแรงในปี 2017 จริงๆ
ความมีชัยต่อวัตฟอร์ด ล่าสุด 4-0 ช่วงค่ำวันเสาร์ทำให้ช่องว่างต่ำลงเหลือ4 ปล่อยให้เชลซีบีบคั้นบางส่วนยามดึกดื่น เมื่อจำเป็นต้องเยือนบอร์นมัธ
ความมีชัยล่าสุดเป็นแต้มที่ 32 จากความมีชัย 10 เสมอ 2 แพ้ 1 นับตั้งแต่ม.ค.เป็นต้นมาแล้วก็ตารางชั้นของพวกเขาเป็นจ่าฝูงในตอนนี้…ว่ากันแบบนั้นได้ปริศนาเป็นว่า…แล้วมันจะทันมั้ยครับเนี่ย
ในความรู้สึกแฟนไก่ยังคงมีหวังอยู่…แม้กระนั้นในสนามบอลเมื่อดูไปยังเชลซี ที่นานๆสะดุดสักครั้ง พวกเขาแทบไม่พลาดในการเก็บความมีชัย ที่สำคัญอย่าว่าแต่ว่าแพ้เลยครับหลุดไปเสมอนั้นยังนานๆครั้งด้วยซ้ำผลงานของพวกเขาส่วนใหญ่เป็นชนะ เกมล่าสุดก็เช่นเดียวกันนี่เป็นเกมที่สามภายหลังแพ้คริสตัล พาเลส ค้างบ้าน พวกเขากลับมาชนะรวดสองนัดทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แม้กระนั้นจุดหนึ่งที่เชลซีพอเพียงมีปัญหาให้เรามองเห็นเป็นพักหลังเสียประตูหลายครั้งครับผม
อันนี้จำเป็นต้องมองว่า 7 นัดท้ายที่สุด อันโตนีโอ คอนเต้ จะปรับทีมเช่นไรเพื่อลดการเสียประตู และลดความกดดันของทีมลงเชลซี ยังถือถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกในมือแล้วก็เป็น title to loseทุกอย่างอยู่ในการควบคุมเกมของพวกเขาทั้งมวล โดยเหตุนี้ทอตแน่มฮอตสเปอร์ มีหน้าที่ชนะไปเรื่อยๆเพื่อรอดูสถานะการณ์
สิ่งหนึ่งที่แฟนไก่ปลื้มปิติเป็นผลงานของทีมที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ทีมชุดแรกมีปัญหาทั้งเจ็บแล้วก็ฟอร์มหลุดไปบ้าง ตั้งแต่แนวรับจนถึงกองหน้า มันดีมาก
คู่ฟูลหามเกมล่าสุดเป็น เบน เดวิส กับ คีแรน ทริปเพียร์ คู่กึ่งกลางเป็น เอริก ถางเออร์ กับ เดมเบเล ศูนย์หน้าใช้ วินเซนต์ แยนเซน แทน แฮร์รี เคน ที่พึ่งพิงหายเจ็บกลับมามีชื่อเป็นผู้เล่นสำรอง แล้วก็ช่วงที่เดี้ยงนั้น สเปอร์ส เก็บแต้มสม่ำเสมอ
เฉพาะในไวท์ฮาร์ทเลนนี่ล่าสุด 11 ครั้งต่อๆกันแล้วที่ชนะ เคยทำเป็นดีเยี่ยมที่สุด 14 นัดเมื่อปี 1987 ในยุคของ เดวิด พลีธ เป็นผู้จัดการทีม แฟนไก่รุ่น "แมวเพชร" จำเป็นต้องจำได้เป็นอย่างดี เนื่องจากว่าสเปอร์สเป็นทีมที่มีทั้งผู้จัดการ แล้วก็นักฟุตบอลตัวทอปของวงการมาเล่นด้วย
เรย์ เคลเม้นส์ เฝ้าเสา แกรี แมบบัตต์ คุมข้างหลัง กับ แกรี สตีเว่นส์ กองกลางก็ เกลน ฮอดเดิ้ล ปีกอย่าง คริส วอดเดิ้ล ดาวยิง ไคล์ฟ อัลเลน ที่นับได้ว่าเป็นหนึ่งในดาวซัลโวระดับทอปของลีกเคียงคู่กับ เบื่อ รัช, แกรี ลินิเกอร์ ชุดนั้นมีกองหน้าทีมชาติเบลเยียมด้วยนะ…สเปอร์ส ไม่ขาดนักฟุตบอลประเทศเบลเยี่ยมในทีมคนไหนกันจำได้บ้าง…..
ลองคิดดูว่าตัวทอป ตัวบิดาของวงการฟุตบอลมารวมตัวกันในทีมสเปอร์ส เพียงแต่ขาดแค่แชมป์ลีกเพียงแค่นั้น เนื่องจากว่าไปไม่ถึงจริงๆ
ในลอนดอนจึงตกใต้ร่มเงาของอาร์เซนอลแล้วก็เชลซี ในเวลานี้….มันสมน่าจะถึงเวลาของพวกเขาแล้ว ผมเองก็แอบเอาใจช่วยอย่างเงียบๆว่าเมื่อไหร่จะถึงเวลาทองคำของสเปอร์ส ซะคราว
ในยุคของ เมาริสิโอ โปเชตตำหนิโนแฟนสเปอร์ส พอเพียงจะมีความต้องการถึงแชมป์ได้ครับ มันไม่ใช่เรื่องไกลเหลือเกิน ปีที่แล้ว พวกเขาก็พลาดตกม้าตายช่วงท้ายซีซั่นปล้อยให้เลสเตอร์ สิตี้ คว้าแชมป์อัศจรรย์ ของลีกไปครอบครองเช่นเดียวกันครับ…การพัฒนาทีมไก่กระทงของ พอเพียงช มันมีความก้าวหน้า
นักฟุตบอลชุดนี้เล่นเข้าขากันเจริญ ขาดแค่บางนัด บางเกม ที่จำเป็นต้องชนะ ไม่ว่าจะเจอกับทีมใหญ่หรือทีมเล็ก มันมีแค่บางนัดที่พวกเขาหลุด จนถึงทำให้การไล่ล่าแชมปฺ์เมื่อปีที่แล้ว แล้วก็ปีนี้ ขาดช่วงไปจริงๆถึงจุดนี้กลับมาห่าง 7 แต้ม แม้กระนั้นไม่ใช่เรื่องที่ควรจะเลิกล้มความฝัน เมื่อมันยังไม่สิ้นเสียงนกหวีดนัดที่ 38 ยังได้ลุ้นกันต่อ

เกมนัดล่าสุด โปเชตตำหนิโน จัดทีมตามแทกตำหนิก แล้วก็ "แนวความคิด" ของเขาเด่นชัดเมื่อพินิจพิจารณาฟอร์มคู่ปรปักษ์อย่างวัตฟอร์ด ที่มาเน้นรับแน่นอนๆไม่เสียประตูมาสองเกมติดต่อกัน ทางด้าน วอลเตอร์ มาสซารี คงไม่มีแผนสำหรับการอื่นใด มาไวท์ ฮาร์ท เลน
โดยเหตุนี้ วินเซนต์ แยนเซน จึงจำเป็นต้องรับบทบาทกองหน้าตัวเป้า ค้ำกับกองกลางวัตฟอร์ด ที่คงยืนออกันหน้าเขตโทษ แน่นไปหมด แล้วตัวรุกสามคนที่ส่งเสริม แยนเซน คือ คริสเตียน เอริคเซน, เดลเล อัลลี แล้วก็ ชอน เฮือง มิน จะรอช่วยทำเกมแดนท้ายที่สุด
แยนเซน อาจจะถูกค่อนขอดว่า…กองหน้าไร้สกอร์ เนื่องจากว่าพึ่งยิงได้ประตูเดียวจากจุดโทษด้วยซ้ำ แม้เขาเป็นดาวซัลโวมาจากพรีเมียร์ลีกของเนเธอร์แลนด์ แม้กระนั้นคงไม่ช่วยอะไรหากไม่สามารถปรับตัวเข้าระบบของสเปอร์สได้น่าสงสาร…เมื่อเขามาร่วมทีมเดียวกันกับ แฮร์รี เคน ที่รุนแรงอยู่แล้ว
เกมนี้ แยนเซน ปฏิบัติหน้าที่ค้ำ อาจเป็นตัวหลอก ให้ 3 ตัวรุกไก่โจมตี หรือเป็นตัวเป้าเข้าทำ ถ้าหากมองจากเกมที่เกิดขึ้น เนื่องจากว่าเขาสามารถเก็บบอล บังบอล เล่นกับ เอริคเซน ได้ มีจังหวะพลิกบอลเข้าไปยิงระยะ 7-8 หลาตรงนั้นเจ้ากรรมบอลไปติดเท้า โกเมส ซะอีกก่อนสเปอร์สได้ประตู แยนเซน มีโอกาส 3 ครั้งที่น่าจะมีรายนามเป็นผู้ทำแต้ม แม้กระนั้นเขาก็พลาดไปหมด …เป็นไม่มีข้อแก้ตัว ศูนย์หน้า จำเป็นต้องยิงประตู จะสร้างโอกาส หาโอกาส ใดๆก็ตาม หรือสามารถประสานงานกันสหายๆเจริญ
นี่เป็นปัญหาของ แยนเซน แม้กระนั้นสำหรับเกมนี้เขาเป็นแผนของ โปเชตตำหนิโน แล้วก็เขาได้โอกาสนั้น เขาจำเป็นต้องคว้าเอาไว้ให้ได้ แม้กระนั้นเขาก็ทิ้งมันไปอีก
แยนเซน อาจจะทิ้งโอกาสทองคำไป…แม้กระนั้นแนวความคิดของ พอเพียงช เวิร์ค ในมุมที่สามตัวรุกด้านหลัง แยนเซน ปฏิบัติหน้าที่ได้ค่อนข้างจะดี สลับหมุนเวียนกันวิ่งไปๆมาๆหน้าเขตโทษวัตฟอร์ต จนถึงสบโอกาสยิงประตู โดยเฉพาะลูกยิงของ เดลเล อัลลีสวยงามอย่างมาก
รับบอลจาก ชอน เฮือง มิน หน้าเขตโทษ แล้วปั่นโค้งเสียบสามเหลี่ยมบน มันทำให้วัตฟอร์ด เองเล่นยากขึ้นแล้วก็สเปอร์สเล่นง่ายขึ้น ก่อนจะโดนลูกสองจากนอกเขตอีก เอริก ถางเออร์ แล้วก็ปิดด้วย ชอน เฮือง มิน นอกเขตโทษอีก
แผนของ พอเพียงช มันเวิร์ค เมื่อใช้ แยนเซน ค้ำใน กองหลังยืนชิดเส้น 18 หลา แดนกึ่งกลาง ถอนลงมาคุมโซน จ้องมอง รอดัก ไม่มาร์คกิ้ง หรือเข้าบอล ทำให้ สามพลังรุกไก่ ได้โอกาสเล่นกับบอลเยอะแยะ
ไม่ต้องเซตเข้าในแล้ว เนื่องจากว่า แยนเซน ยืนค้ำสะกดกองหลังไม่ให้ เดินขึ้น โดยเหตุนี้ประตูจากนอกเขตโทษทั้งสามลูกในครึ่งแรกยืนยันกลยุทธ์ณ์ของ โปเชตตำหนิโน หมดแล้ว ลูก 4 แล้วก็การลงสนามของ แฮร์รี เคน เป็นของฟรีว่าความสามารถของสเปอร์ส ในขณะนั้น โอเคเลย คล้ายกับเชลซี
ตัวเจ็บ มีผู้แทน แปลงแผน ยืดหยุ่นได้ สลับนักฟุตบอลบางตำแหน่งโดยไม่เสียหายหรือก่อให้เกิดผลกระทบต่อเกมการเล่น โชคร้ายแค่ว่า…พวกเขามักจะหลุดในช่วงเข้าได้เข้าเข็ม แบบว่าจี๋ติดๆมาแล้วสะดุดซะงั้น
ถ้าหากมองจากผลงานตั้งแต่ระยะแรกของซีซั่น 6-7 นัดแรกยังตามจ่าฝูงอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต้มเดียว แม้กระนั้นผ่านถึงนัดที่ 12 เชลซี ขึ้นครอบครองจ่าฝูง พวกเขาอยู่ที่ 4 แล้วก็มีแต้มตามเชลซี 4 แต้ม โน่นเป็นใกล้เชลซีที่สุดจนถึงช่วงค่ำวันเสาร์ที่ผ่านมาก็ 4 แต้มแม้กระนั้นภายหลังเชลซีบุกเชือดบอร์นมัธ นุ่มๆความห่างกลับไปที่ 7 แต้มอย่างเดิม

ถ้าหากจะมีอะไรผิดพลาดเกิดขึ้นกับเชลซี ไม่ต้องแพ้ 3 ใน 7 หรอกครับ ผมว่าลุ้นแบบนั้นยากเกินแล้วก็อัศจรรย์เหลือเกินหากเชลซีจะแพ้คนไหนกัน 3 นัดใน 7 นัดท้ายที่สุด เอาแค่เสมอสักสามนัด ผมว่ายังง่ายดายยิ่งกว่าแล้วก็มีทางเป็นไปได้
ผลเสมอสามนัดอาจซวดเซต่อตำแหน่งจ่าฝูงแน่ๆ เนื่องจากว่ามันจะหายไป 6 แต้ม แม้กระนั้นช่วงดังกล่าวข้างต้น ไม่รู้จักแหละช่วงไหน สเปอร์สจำเป็นต้องชนะรวด แต้่มห่าง 1 เมื่อไหร่ ก่อนปิดซีซั่นสักสองสามนัดผมว่า…แฟนไก่ จะได้ลุ้นมากกว่านี้
ไม่ต้องลุ้นให้เชลซีแพ้ ลุ้นให้แต้มเชลซีหายไปนัดละ 2 จากผลเสมอ ผมว่าง่ายดายยิ่งกว่า แล้วก็โอกาสจะเปิดกว้างกว่านี้ แม้กระนั้นเมื่อห่างกัน 7 แม้มองยากแม้กระนั้นยังคงมีหวังอยู่ครับผม มิได้ไกลซะทีเดียว ขั้นต่ำพรีเมียร์ลีกมีอะไรให้ตื่นเต้นอยู่บ้างสเปอร์ส ก็ปฏิบัติหน้าที่ของตนเป็นชนะในเกมต่อไป อย่างน้อยที่สุดในยุคของ เมาริสิโอ โปเชตตำหนิโน แฟนไก่เดินยืดได้แถวเซเวนส์ สิสเตอร์ได้มากกว่าแฟนปืนแชมป์ไหมอีกเรื่องหนึ่ง…แม้กระนั้นณ จุดนี้มันเป็นความก้าวหน้าครับ
สเปอร์ส ซื้อนักฟุตบอลเสริมทีมจริงแม้กระนั้นไม่ทุ่มทุนบ้าระห่ำราวกับทีมใหญ่ พวกเขาได้ส่วนประกอบที่พอดี โค้ชก็ชายหนุ่มไฟแรงที่รอเวลาเติมการบรรลุผลให้เป็นรูปธรรม จากวิถีทางที่เดินมาถูกแล้ว
ช่วงต้นซีซั่นไปเสียรังวัดเสมอง่าย และไม่เก็บความมีชัยสม่ำเสมอ ทำให้การลุ้นแชมป์จึงขาดๆเกินๆมาถึง 7 นัดท้ายที่สุด ก็จำเป็นต้องลุ้นต่อไปครับ

11 นัดสุดท้าย

เสียงแผดเสียงแฟนบอลเชลซีดังลั่นสนามโอลิมปิก ''พวกเรากำลังจะคว้าแชมป์ลีก''

แม้ อันโตนีโอ คอนเต้ ไม่เห็นด้วยและก็ยังไม่หวั่นไหวกับสิ่งนี้ "ผมยังไม่คิดไกลขนาดนั้น ขอ 26 แต้มที่เหลือโน่นคือจุดหมาย"

กล่าวอย่างนี้คือพร้อมเป็นแชมป์นั่นแหละครับผม

เชลซีเปิดศึกลอนดอน ดาร์บี้ อันเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ว่าเพราะเหตุใดทีมจากลอนดอนมักมีปัญหาเรื่องการลุ้นแชมป์ลีก เนื่องจากว่าพวกเขามีทีมตัดแต้มอย่างน้อยปีละ10 นัด

สหายๆในลอนดอนมีมาตรฐานระดับที่ค่อนข้างไม่ดีทีเดียว พร้อมตัดแต้มได้ทุกครั้ง จะในหรือนอกบ้านเรียกว่ามันคืองานยากสำหรับการลุ้นแชมป์ของทีมในลอนดอนสักทีมหนึ่ง นอกจากพบศึกนอกเมืองแล้ว ในเมืองนี่แหละสำคัญไม่แพ้กัน

เชลซี คือทีมที่ทำสถิติชนะในลอนดอน ดาร์บี้ แมตช์ เยอะที่สุด 118 ครั้ง สูงที่สุดในบรรดาทีมร่วมมหานครใหญ่ มากยิ่งกว่าอาร์เซนอล 1 นัด รวมทั้งนี่บางทีอาจเป็นเหตุผลหลักสมัย โชเซ มูรินโญ เข้ามาดำเนินงาน

จัดการเก็บคะแนนลอนดอน ดาร์บี้ เสียก่อน

เวสต์หมูแฮม, อาร์เซนอล, สเปอร์ส, คริสตัล พาเลส ก่อนหน้ามีฟูแล่มแถมมาอีก ในเวลานี้ทีมลอนดอนในลีกสูงสุดมี 5 กลุ่มรวมถึงเชลซีด้วย ฝั้งเหนือก็สเปอร์ส, อาร์เซนอล ฝั่งทิศตะวันออก เวสต์หมูแฮม ตะวันออกเฉียงใต้ คริสตัล พาเลส

ส่วนวัตฟอร์ด ไม่ใช่กลุ่มจากลอนดอน….เป็นเมืองเล็กๆอยู่ติดลอนดอนตอนเหนือ ไม่ไกลจากเวมบลีย์ จะพูดว่าเป็นคล้ายๆรังสิต อาจนึกภาพออกครับผม

โดยเหตุนี้ 8 นัดใน 4 กลุ่มที่ต้องพบคือ 24 แต้ม

เชลซี เก็บแต้มยากจากลอนดอน ดาร์บี้แล้วทั้งหมดทั้งปวง 15 แต้มจากชัยชนะ 5 แพ้ 2 คือแพ้อาร์เซนอล 0-3 แพ้สเปอร์ส 0-2 แม้กระนั้นแพ้สองทีมนี้พวกเขาก็วนกลับมาชนะ พอๆกับไม่ได้ไม่เสีย ส่วนอีกสามนัดชนะพาเลส, เวสต์หมูแฮม ไปกลับ เหลือเกมในที่สุดในลอนดอน ดาร์บี้ แมตช์ จะยากหรือง่ายขึ้นกับแต้มครั้ง

คู่หยุดโลก ที่ 227

 

สถิติพูดว่าลิเวอร์พูล ชนะ 90 เสมอ 70 เอฟเวอร์ตันชนะ 66

มีตัวเลขเชิงสถิติปัจจุบัน 12 แมตช์ในลีกปัจจุบัน "หงส์แดง"ชนะ 5เสมอ 7 ทั้งที่กูดิสัน พารฺค แล้วก็ แอนฟิลด์ 6-7 ปีแล้วที่ทอฟฟี ยังไม่อาจจะเดินผ่านสแตนลีย์ พาร์ค มาแออัดความแพ้พ่ายให้ลิเวอร์พูลถึงหน้าบ้านได้เลย

เคยมีสถิติอันช้านานแบบงี้มั้ย….

ย้อนหลังไปเมื่อปี 1978 (เซอร์) บ๊อบ เพสลีย์ คุมทีมหงส์แดงเคยไม่แพ้ทอฟฟี เมน ทั้งในแล้วก็นอกบ้าน นานถึง 13 แมตช์ในลีก เริ่มสมัยของ บ๊อบ เพสลีย์ นั่นเองครับ

ปีนี้ถือว่าใกล้เคียง…ครั้งปัจจุบันที่หงส์แดงแพ้เอฟเวอร์ตันเกิดขึ้นที่กูดิสัน พาร์ค ปี 2010 เท่ากับหงส์แดงยังไม่แพ้เอฟเวอร์ตันนาน 12 แมตช์ อันนี่เป็นสถิติเฉพาะในลีก ครับผม ไม่นับรายการอื่นๆถ้าหากบอสเจอร คลอปป์ ทำเป็นอีกหนึ่งแมตช์
ตัวเลขนี้เท่ากันสมัยรุ่งเรือง 13 นัดในลีกที่ไม่แพ้ทอฟฟี เมน

จะเกิดขึ้นหรือจบลง….คำ่วันพูดเท็จทราบผล

อีกหนึ่งสถิติที่ดูแล้วน่าดึงดูดกว่าเฉพาะเกมลีกในแอนฟิลด์นั้น 20 นัด "หงส์แดง" ไม่แพ้เอฟเวอร์ตันนานถึง 18 ปี หรือแทบสองทศวรรต ครั้งปัจจุบันที่แพ้เป็นปี 1999 ทอฟฟี บุกมาชนะถึงแอนฟิลด์ ด้วยสกอร์ 1-0

หลังจากนั้นพวกเขาเจอทอฟฟีในแอนฟิลด์ 16 เกมชนะ 8 เสมอ 8 นับว่าเป็นตัวเลขที่แฟนทอฟฟี เองไม่ยินดี เหมือนอาถรรพณ์ร้ายถ้าเกิดฟาดหน้าแข้งกันที่แอนฟิลด์

ยอดเยี่ยมเป็นแบ่งคะแนนกลับไป

โอเค…อดีตไม่มีความสำคัญ ปัจจุบันสำคัญที่สุด นับจากม.ค. 2017 มีความเคลื่อนไหวศักราชใหม่เป็นปีสัตว์ปีก ปรากฏว่าทอฟฟีโชว์ฟอร์มเยี่ยมยอดเอามากๆตรงกันข้ามกับหงส์แดง ที่ตกอับ กว่าจะชนะในลีกได้รอนานหลายสัปดาห์

ทอฟฟี ของโรนัลด์ คูมัน กดไป 23 คะแนน ลูกากู พีคสุดๆนำดาวซัลโว รอส บาร์คลีย์? กลับมาเป็น บาร์คลีย์ คนเดิม มีส่วนกับเกมรุกแล้วก็สร้างช่องทางยิงประตูมากที่สุดในลีกปริมาณ 67 ครั้ง ในขณะที่เกมรับมองมั่นคงแน่นหนาขึ้น พลาดยากเสียยาก

ทอฟฟี ทอปฟอร์ม…หงส์ กว่าจะหลุดพ้นวิกฤติการณ์ก็ย่างเข้ามีนาคมที่พวกเขาไม่แพ้คนใดกันแน่ในลีกชนะ 2 เสมอ 1 จากสี่เกมที่ลงสนาม

การทอปฟอร์มของ ทอฟฟี ทำให้เจ้าบ้านกลุ้มใจบ้างหรือไม่????

อย่างไรก็แล้วแต่…..กลุ่มคำอมตะสำหรับเมอร์ซีย์ ไซด์ ดาร์บี้เป็น …"ไม่มีฟอร์ม" หมายคือผลงานก่อนหน้านี้เก็บไว้ข้างสนามเท่านั้น เนื่องจากว่าวันจริงสำคัญที่สุด ด้วยแคแรกเตอร์ของ ดาร์บี้ ญาติพี่น้องทะเลาะกันW88มันเข้มข้น ดุเดือดอีกแบบหนึ่ง

เวลาญาติพี่น้องทะเลาะกันเนี่ย…ถ้าหากร้ายก็ร้ายสุดๆมันเหมือนอยากเอาชนะกันซะมากยิ่งกว่าอื่นใด อันนี้เป็นธรรมชาติของเมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้ ที่ต่างจากเกมเมืองเดียวกัน เมืองอื่นในอังกฤษ เนื่องจากว่าธรรมชาติของการก่อกำเนิดสองสมาพันธ์นี้มันขัดแย้งกันในจุดเริ่ม

แอนฟิลด์ ในทุกวันนี้แต่ก่อนเป็นสนามของเอฟเวอร์ตัน ก่อนย้ายไปเนื่องจากว่าหัวข้อการขึ้นค่าใช้จ่ายในการเช่าที่ ทอฟฟี จากไป ก็เลยก่อให้เกิดลิเวอร์พูล บอล คลับ ขึ้นมา พึ่งครบรอบ 125 ปีไปเมื่อ 15 เดือนมีนาคมก่อนหน้านี้

การลำดับที่สองสมาพันธ์มีจุดเริ่มในแอนฟิลด์ เหมือนกันแบบงี้ มันได้ส่งผลต่อวิถีชีวิตครอบครัวบอลของชาวกรุงลิเวอร์พูลที่ถูกเรียกว่า "สเก๊าเซอร์"

หนึ่งบ้านเสียงแตก พ่อเชียร์หงส์ แม่ทอฟฟี หรือลูกหงส์ , ลูกทอฟฟี หายากที่จะทั้งบ้านเชียร์ทีมเดียวกันหมด ขนาดบ้าน สตีเวน เจอร์ราร์ด คุณลุงของเขายังเชียร์เอฟเวอร์ตัน ตัวเขาเองโดนแกล้งให้สวมเสื้อเอฟเวอร์ตัน ตอนยังไม่รู้ความ แต่ว่าเขาเชียร์ลิเวอร์พูล

อารมณ์ญาติพี่น้องที่มีความคิดเห็นแตกต่างในเรื่องบอล….

โต้เถียงกันน้ำลายบาดหมางละครับเมื่อวันเสาร์มาเยือนแล้วก็มีเกมดาร์บี้ แมตช์ …ผมเข้าไปอ่านในหนังสือพิมพ์ลิเวอร์พูล เอคโค่ เห็นได้ชัด ชาวทอฟฟี กับ เดอะ พูล ครื้นเครงแล้วก็ตื่นเต้น โดยเฉพาะ ทอฟฟี เมน ที่ทอปฟอร์ม อยากเจอหงส์แดงเร็วๆ

อารมณ์ ความรู้สึก ความกระหายในเกมหรือ แพสชั่น มันบิลด์ อัพมาทั้งสัปดาห์เพื่อเกมใหญ่ของชาวกรุงลิเวอร์พูลทุกคน ถึงแม้เมืองนี้มีทีมบอล 3 ทีม ทรานภรรยาร์ โรเวอร์ส อีกครั้งมหนึ่ง แต่ว่าดูเหมือนว่าพวกเขามีเขตนอกเมืองไปทางฝั่งเวลส์ซะมากยิ่งกว่าเขตแดนหัวใจกลางเมืองลิเวอร์พูลที่มีทั้งสีน่ำเงินแล้วก็แดง

อันนี้ก็ต่างจากเมืองแมนเชสเตอร์ ที่ ชาวซิตี้ อยู่ในเมือง ชาวภูติผีปีศาจแดง อยู่ขอบๆอะไรพวกนี้

ด้วยเหตุนั้นเมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้ แมตช์ เป็นรสของญาติพี่น้องทะเลาะกัน ต่อปากต่อคำกันอย่างสนุกสนาน ดุเดือด แล้วก็มีเรื่องมีราวได้ตลอดระยะเวลา

เรื่องแพสชั่นของแฟนบอลสองทีมนี้เมื่อต้องมาปะทะกันระหว่างสแตนลีย์ พาร์ค ไม่ต่้องห่วงครับ มีจำนวนมากเหมือนเดิม เอาเรื่องบอลดีมากยิ่งกว่าครับว่ามันจะยังไง เนื่องจากว่าเกมนี้มาไม่ถูกจังหวะเท่าใด

สภาพทีมไม่พร้อมทั้งคู่

ทีมเยือนขาด เชมัส โคลแมน ที่ขาหักแบบน่ากลัว , มอร์กาน ชไนเดอร์ลิน เจ็บชวดลงเล่นแน่นอน ฟูเนส มอริ ก็มิได้ลงเล่นเท่ากับขาดกลางตัวตัดเกม, เซนเตอร์ แล้วก็หามขวาจอมบุกไปจากทีม

ปัญหาของ คูมัน อยู่ที่เกมรับล้วนๆ

ตัวตายตัวแทน…จะปฏิบัติหน้าที่ก้าวหน้าขนาดนั้นไหม มันมีความลังเลเกิดขึ้น เซนเตอร์หามไม่มีปัญหาเนื่องจากว่า มอริ พักหลังสำรอง แทรกตำแหน่ง แอชลีย์ วิลเลียมส์ กับ ฟิล จากิลก้า มิได้ หามขวานี่แหละสำคัญ ต้องไปตามดาวโรจน์มาลงสนามแก้ขัดเหมือนทีแรกๆ น่าจะเป็น เมสัน โฮลเกต ส่วนหามซ้าย เลห์ตัน เบนส์

กลางรับนี่แหละที่ ชไนเดอร์ลิน พลาดลงสนาม….เอ็งเรธ กางร์รี เข้าๆออกๆจะยืนแทน น่าจะเล่นกับ อิดิรสซา "กานา" เกอเย่ โดยมี เควิน มิราลาส, รอส บาร์คลีย์ แล้วก็ ทอม เดวิส ที่ฟอร์มสดอย่างมาก เกื้อหนุน ลูกากู ดาวซัลโว 21 ประตู

สรุป…ทอฟฟี มีปัญหาแค่แผงข้างหลังกับกลางรับ แต่ว่าเชื่อว่า คูมัน แก้ปัญหานี้ได้ ไม่ใช่เรื่องยาก

ส่วน "หงส์แดง" ลิเวอร์พูลนั้น เจอร คลอปป์?ทำเป็นแค่รอเชคสภาพร่างกายของแนวรุกที่ไปรับใช้ชาติมาทั้ง คูติเตียนนโญ ที่เล่นสองเกมติดต่อที่บราซิล แล้วก็ ฟีร์มีโน เชื่อว่าล้าแน่นอน จุดนี้ ในขณะที่ข่าวไม่ดีของเด็กหงส์ตั้งหลายวันแล้วคือ อดัม ลัลลานา นักเตะที่เล่นยอดเยี่ยมในซีซั่นนี้ของชาวหงส์ เจ็บ…

ขาด ลัลลานา ดินแดนกลางต้องปรับอีก แล้วก็ยิ่งไม่มี จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ต่อเนื่องไปแบบงี้ เอมเร ระเบียง ไม่มีใครแย่งเก้าอี้เขาได้เลย การเล่นคู่กับ จีนี ไวนัลดุ้ม อาจต้องมีการปรับตัวรุกลงมาเพิ่ม

คือ โอริกิ อาจจะจำเป็นจะต้องวิ่งลงสนามตัวจริงทำเกมกับ มาเน, ฟีร์มีโน แล้วก็ คูติเตียนนโญ เป็นต้นแบบ 4-2-3-1 อะไรทำนองนี้ ส่วนแนวรับก็อาจจะมิได้แปลงอะไรจำนวนมากหน้าเก่าๆอย่างที่เห็นกันว่ามีคนใดกันแน่บ้าง

แทกติเตียนกละครับ

ถ้าหากใส่แบบไม่ยั้ง…อันนี้ก็สนุกละครับ หลายๆคนบางทีอาจจะพูดว่าเสร็จเด็กหงส์ เนื่องจากว่าชอบเกมแบบงี้ แต่ว่าเชื่อเถอะยี่ห้อ คูมัน แล้วก็การมี ลูกากู ในแนวรุก ผมว่าอันตรายครับเมื่อพวกเรามองดู ลูกากู แล้วเทียบกับกองหลังหงส์แดงที่มีอยู่

คูมัน จะไม่เล่นดุเดือด ผมว่าเขาย้ำเชิง ย้ำแทกติเตียนก เล่นเพื่อไม่แพ้เกมนี้แล้วหวังชนะ

โอเค 10 ทุ่งนาตอนแรกช่วงตั้งตัว ตั้งเกมนั้นก็อาจจะวิ่งเข้าหากันตามสไตล์ แต่ว่าพอเพียงเกมเริ่มสงบ ฝุ่นที่ตลบเริ่มจางลง พวกเราอาจจะเห็นการเล่นแบบรัดกุมของ ทอฟฟี เนื่องจากว่าทางที่จะลงทัณฑ์หงส์แดง ไม่ยากเลยครับ

เล่นเหมือน 12 ทีมที่หงส์เก็บแต้มได้ไม่เยอะเท่าที่คิด

ทอฟฟี ไม่ต้องอุด ไม่ต้องรับลึก เล่นรักษาเชป ย้ำความรัดกุม รอพลาดแล้วสวนกลับ นักเตะอย่าง บาร์คลีย์, มิราลาส แล้วก็ เดวิส พร้อมโจมตีเร็วให้ ลูกากู

ถ้าหากบุกแลก…อันนี้ก็อาจเสี่ยงได้ถึงแม้…นักเตะหงส์หลายๆคนเดินทางไกลไปเล่นทีมชาติมา แต่ว่าเชื่อว่า คูมัน ไม่มองดูเรื่องนี้เท่าไรนัก เนื่องจากว่าเขาย้ำเพลย์ แทกติเตียนก ย้ำเชิง ย้ำคะแนน แล้วก็ลุ้นชนะด้วยครับ

จุดนี้…น่าห่วงชาวหงส์ด้วยเหมือนกัน

ผมยังคิดว่าพลังต่ำลงแน่นอนเล่นทีมชาติก็เอาจริงเอาจังในแนวรุก มันจะทื่อๆทั้ง ฟีร์มีโน แล้วก็ คูตี้ ดูแล้วใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มกำลังแน่นอน

แบ่งแต้งมีสูงครับผมปีนี้ แล้วก็สถิติเสมอกันของสองทีมนี้ในแอนฟิลด์ ก็ไม่น้อยเลยครับ มันเป็นครึ่งหนึ่งของปริมาณนัดที่พวกเขามาเยือนในรอบ2 ทศวรรต เป็นไม่เสมอก็หงส์ชนะ อย่างละ 50% โน่นเป็นได้โอกาสเกิดขึ้นได้แน่

มีการตั้งข้อคิดเห็นว่าหงส์แดงหนักแน่แม้เป็นเจ้าบ้าน

เนื่องจากว่าเอฟเวอร์ตันไม่ใช่ทีมกลุ่มทอป 6 ที่หงส์แดงมักเก็บแต้มเสมอๆ ด้วยเหตุนั้นช่องทางพลาดอีกรอบมีสูง เนื่องจากว่าหงส์เล่นกับทีมต่ำลงมากยิ่งกว่า 6 ลำดับแรกในลีก มักจะมีผลงานที่ไม่ดี เกมนี้ ไม่ต้องแพ้หรอกครับ

ผลเสมอ….เด็กหงส์ก็ต้องรู้ร้อนรู้หนาวววกันบ้างครับ

"ภูติผีปีศาจแดง" แมนฯยูไนเต็ด มาเคาะประตูหน้าบ้านแล้วครับผม ถ้าหากเสมอท่องเที่ยวนี้หายไปอีกสองแต้ม

ที่ 4 อาจโยกไปอยู่เมืองแมนเชสเตอร์

เกมนี้หนักสำหรับ เจอร คลอปป์ แล้วก็หงส์แดงต้องชนะ ซึ่งผมคิดว่าพนันเกมนี้ ไม่ง่ายเลย แล้วก็ได้โอกาสชวดสามคะแนนสูงด้วยด้วยเหมือนกัน

อ่า……ซีซั่นหงส์แดงใกล้ถึงข้อสรุปเหลือทน

ตกลงจะมีลุ้นไปชปล. ไหม ผมคิดว่าถ้าหากชนะเอฟเวอร์ตันเกมนี้มิได้ เจอร คลอปป์ อ่อนล้าแน่นอน…แล้วก็ช่องทางหมดลุ้นมีเยอะ

แล้วยิ่งถ้าหากแพ้ทอฟฟีขึ้นมา….

สักครู่จะได้ยินเสียงเรียกร้องให้แปลงโค้ชอื้ออึงไปทั่วแอนฟิลด์ จนถึงโดนแฟนผีล้อเลียนว่า "อึกทึก ก็แปลงโค้ช อึกทึกก็แปลงโค้ช" ด้วยเนื่องจากว่าในเวลานี้มีการตั้งปัญหาจากแฟนหงส์บางส่วนแล้วว่า เจอร คลอปป์ ที่จริงแล้วไม่เก่งนี่หว่า

ม้าลายเตรียมทาบ ”เอล โชโล่” แทน อัลเลกรี

เบี่ยงโคเนรีเตรียมเดินหน้าทาบทาม ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ เข้ามารับงานคุมทีมต่อจาก อัลเลกรี ที่กําลังตกเป็นข่าวอย่างหนักว่าจะเข้ารับงานคุมอาร์เซนอล

 

กุนซือวัย 49 ปีเหลือสัญญาอยู่ในถิ่นตูรินอีกเพียง 1 ปีและกําลังตกเป็นข่าวว่าจะไปสานงานต่อจาก เหี่ยว นายใหญ่ของเดอะกันเนอร์ที่กําลังจะหมดสัญญาลงในซัมเมอร์ที่จะถึงนี้

 

ด้วยเหตุเป็บเป้ มาร็อตต้า ผู้อำนวยการทีม''ม้าลาย''จึงต้องหากุนซือคนใหม่เข้ามาแทนโดยเล็งไปที่ เอล โชโล่ กุนซือ ของแอตเลติโก้ มาดริดที่สนใจจะกลับมา กัลโช่ เซเรียอา อีกครั้งเหมือนสมัยยังเป็นนักเตะ

ผอ.โบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัคปัดขาย ดาฮูด ให้ดอร์ทมุนด์

แม็กซ์ เอเบิร์ล ผอ.กีฬา โบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัค ปฏิเสธข่าว มาห์มูด ดาฮูด มิดฟิลด์อนาคตไกลที่กําลังจะย้ายไปค้าแข้งให้กับ ดอร์ทมุนด์

สื่อเยอรมันรายงานว่า มิดฟิลด์วัย 21 กะรัต บรรลุข้อตกลงย้ายซบทีมดอร์ทมุนด์ แล้ว ซึ่งเขาเหลือสัญญาอีกเพียง 1 ปีกับต้นสโมสร

ทั้งนี้ ล่าสุดผอ.กีฬา ของทีมโบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัค ได้ออกโรงปฏิเสธข่าวดังกล่าว และแสดงเจตนาว่าพวกเขายังต้องการต่อสัญญากับมิดฟิลด์ตัวเก่งต่อไป

บาร์เซโลน่าเคลื่อนยานดูด เบเญริน จากอาร์เซนอล

 

ต่างดาว สโมสรยักษ์ใหญ่แดนสแปนนิชเตรียมเดินหน้าทาบทาม เฮคเตอร์ เบเญริน ฟูลแบ็คความเร็วแสงของ อาร์เซนอล มารวมทีม

 

ฟูลแบ็ควัย 21 ปีพึ่งต่อสัญญากับทีมออกไป 6 ปีครึ่งเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว

 

แต่ด้วยข่าว อาร์แซน เวนเกอร์ ที่อาจไม่ต่อสัญญาคุมทีมปืนใหญ่ต่อไป อาจทําให้เจ้าตัวทบทวบเรื่องย้ายทีมขึ้นมา

 

บาร์ซ่าประสบปัญหาอย่างหนักในการหาตัวแทนของ ดานี่ อัลเวส ในตําแหน่งแบ็คขวาโดย อเล็กซ์ บิดัล ที่ดึงเข้ามาแทนก็ได้รับบาดเจ็บพักยาว